ประกาศเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2013 เวลา 13:52:12 เปิดอ่านทั้งหมด 734 ครั้ง
ชี้ AEC ส่งผลปิดท่าเรือบั๊ค กระทบวิถีชีวิตท้องถิ่นเชียงของ ล่มสลาย!
มุมมองผู้นำท้องถิ่น ชี้ AEC ส่งผลปิดท่าเรือบั๊ค แหล่งรวมขนถ่ายสินค้าข้ามแดน กระทบวิถีชีวิตชุมชนชาวเชียงของ ระบุหลายกลุ่มอาชีพล่มสลาย พ้อภาครัฐ-องค์กรท้องถิ่น ไม่มองปัญหา เตรียมการแก้ไข วอนยื่นมือสนับสนุนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีชาวบ้าน




 

เครือข่ายข่าวออนไลน์ ฟอร์เวิร์ด เรดิโอ เอฟ.เอ็ม.107 รายงานว่า จากการตระเวนสำรวจพื้นที่ ตลอดจนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ที่หลากหลายของคนในชุมชนท้องถิ่น พบว่า ปัจจุบันพื้นที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งถูกยกเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ เมืองท่าหน้าด่านของกระแสประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ที่มีการหลั่งไหลเข้ามา ทั้งสินค้า แรงงาน และประชากรสารพัดกลุ่ม ทั้งไทย จีน ลาว พม่า เวียดนาม เกาหลี ฯลฯ

ยิ่งใกล้เปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ เชื่อม อ.เชียงของ กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ในเดือน ธ.ค.ใกล้จะถึงนี้ ทำให้ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตของชุมชน โดยเฉพาะชาวบ้านย่านหัวเวียง ที่อาศัยท่าเรือบั๊ค จุดผ่านแดนถาวร สถานที่ขนถ่ายสินค้า แหล่งรวมของแรงงานหลากหลายอาชีพ เป็นแหล่งทำมาหากิน โดยต่างมีความวิตกกังวลกันว่า เมื่อ AEC เข้ามา ท่าเรือบั๊คแหล่งทำกิน ก็ต้องถูกปิดลงโดยปริยาย สินค้าและแรงงานส่วนใหญ่ จะไหลไปรวมอยู่ที่สะพานข้ามน้ำโขงแห่งใหม่ เพราะการขนส่ง สะดวกสบายมากกว่า และไม่เพียงแต่แรงงานท้องถิ่น แต่ธุรกิจการค้า ร้านอาหาร โรงแรม ที่พักต่าง ๆ อีกจำนวนมาก ก็จำต้องปิดกิจการไปโดยอัตโนมัติ

นายพิชัย อินโน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ บ้านหัวเวียง อ.เชียงของ กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า เมื่อพูดถึง อ.เชียงของ ท่าเรือบั๊ค จุดผ่านแดนถาวร ถือเป็นหน้าตาสร้างรายได้เข้ารัฐ เข้าท้องถิ่นมานาน แต่การเข้ามาของ AEC ได้กระทบกับอาชีพต่างๆ ของคนบ้านหัวเวียงมากมาย เช่น อาชีพเรือข้ามฟากไทย-ลาว อาชีพรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถสองแถว สามล้อรับจ้าง กรรมกรรับจ้างขนของที่ท่าเรือ  โรงแรม เกสต์เฮาส์ แพขนานยนต์ ที่จะต้องปิดกิจการไปโดยอัตโนมัติ หลังจากที่อยู่คู่กับท่าเรือนี้มานาน

ผู้ใหญ่บ้านหัวเวียง กล่าวว่า จะเห็นความแตกต่างชัดเจน เมื่อมีการเปิดใช้สะพาน ค่าใช้จ่ายต่าง ๆจะถูกลง เดินทางสะดวก เป็นระบบกว่าที่ต้องผ่านทางท่าเรือบั๊คอย่างแต่ก่อน  แต่ก็มีข้อเสีย คือไกลจากจุดเดิมถึงราว 10 กม. หากจะมาพักโรงแรม เกสต์เฮาส์ ต้องไปข้ามสะพานใหม่ มีค่าใช้จ่ายค่ารถสองแถว ซึ่งราคาสูง อาจทำให้กรุ๊ปทัวร์หรือนักท่องเที่ยว เบนเข็มไปนอนพักค้างคืนทางฝั่งลาว หรือไปนอนที่เมืองจีนเลยก็ได้ นอกจากนี้ กรรมกรแบกหามก็ขาดรายได้ เพราะผู้คนไม่มา เช่นเดียวกับเรือข้ามฟาก แพขนานยนต์ ก็คงต้องเลิกกิจการ ปัญหาเหล่านี้ ภาครัฐตั้งแต่รัฐบาล จังหวัด อำเภอ ท้องถิ่น ยังไม่มีหน่วยงานไหนเหลียวแล มองเห็นปัญหา หรือหาทางช่วยเหลือ หาทางแก้ไขใด ๆ

“ทุกวันนี้ ชาวบ้านได้แต่เพียงรวมกลุ่มกันเอง ว่าจะหาทางแก้ไขอย่างไร ให้อาชีพและรายได้คงอยู่ต่อไป ด้วยการคิดจะทำตลาดผลไม้อินโดจีน และแหล่งช็อปปิ้ง แหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีชาวบ้าน จึงอยากให้หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองท้องถิ่น เข้ามาช่วยหาแผนการรองรับด้วย เพราะหากชาวบ้านไม่มีอาชีพแล้ว จะเป็นภาระในอนาคต” ผู้ใหญ่บ้านหัวเวียง กล่าวในท้ายสุด.

 

 

เว็บไซต์แห่งนี้รองรับการแสดงผลได้ดี ที่ขนาดจอภาพ 1024 x 800 พิกเซล
สถานีออนไลน์ FM 107 MHz อำเภอพญาเม็งราย จ.เชียงราย ติดต่อโฆษณาโทร 053-959345

Copyright ©2016
www.fmthailand.com. All Rights Reserved